Translate

มะละกอเม็กซิโก

มะละกอ
มะละกอเม็กซิโก เป็นมะละกอลูกใหญ่ เปลือกหนา น้ำหนักต่อผลประมาณ 1.5-3 กิโลกรัมเป็นสายพันธุ์มะละกอที่ให้ผลผลิตสูง แบ่งตามสีออกเป็น 2 สายพันธุ์ คือ Mexican Red หรือ Maradol เป็นมะละกอสายพันธุ์ที่มีเนื้อสีแดง และ Mexican yellow จะเป็นสายพันธุ์มะละกอที่มีเนื้อสีส้มเหลืองสด แต่เนื้อจะไม่หวานเท่ามะละกอพันธุ์ฮาวาย แต่ก็มีข้อดีคือเป็นมะละกอที่ค่อนข้างทนทานต่อโรคไวรัสจุดวงแหวนกว่ามะละกอสายพันธุ์อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีมะละกอพันธุ์อื่นๆ ซึ่งค่อนข้างเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในระดับโลก และมีลักษณะเด่นน่าสนใจ คือ

Tainung 1 เป็นสายพันธุ์มะละกอของไต้หวัน น้ำหนักประมาณ 800 - 1,500 กรัม/ผล ผลสุกจะมีเนื้อในสีแดง มีรสหอมหวาน สามารถเก็บไว้ได้นาน

Red lady เป็นมะละกออีกหนึ่งสายพันธุ์ของไต้หวันที่ทนทานต่อโรคไวรัสจุดวงแหวน มีเนื้อสีแดง ขนาดน้ำหนักประมาณ 1.5 - 2 กิโลกรัม/ผล

Cariflora เป็นมะละกอสายพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นมาไม่นาน แต่เป็นพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคไวรัสจุดวงแหวน ลักษณะผลทรงกลม ขนาดเท่าแคนตาลูป เนื้อในสีเหลืองเข้มไปถึงสีส้มอ่อนๆ แต่ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าเป็นพันธุ์มะละกอที่พัฒนามาจากแหล่งใด


มะละกอพันธุ์ครั่ง

มะละกอพันธุ์ครั่ง สำหรับทำส้มตำ

มะละกอพันธุ์ครั่ง จัดว่าเป็นมะละกอต้นเตี้ย สูงประมาณ 1.5  เมตร ใบเว้าหยักมี 9 แฉก ปลายใบโค้งงอลงเล็กน้อย ดอกเป็นดอกเดี่ยว และดอกช่อ ผลใหญ่ยาวตลอดหัวท้าย มีร่องข้างผล เหมาะสำหรับนำไปทำส้มตำ เป็นมะละกอที่ให้ผลผลิตค่อนข้างสูง เฉลี่ยประมาณ 13,728  กิโลกรัม/ไร่ มีน้ำหนักเฉลี่ย 1.9 กิโลกรัม/ผล ปลูกเพียง 6 เดือนก็สามารถเก็บผลขายได้ อีกทั้งยังสามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี แต่ส่วนใหญ่นิยมขายผลสดหรือผลดิบเพื่อบริโภคเป็นมะละกอสำหรับทำส้มตำ


มะละกอพันธุ์ครั่ง
สภาพื้นที่เหมาะสมในการเพาะปลูก “มะละกอพันธุ์ครั่ง

มะละกอพันธุ์ครั่ง ควรปลูกในสภาพดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนปนเหนียว ในพื้นที่ ที่น้ำท่วมไม่ถึง หรือไม่มีน้ำขังแฉะ ค่า Ph ที่เหมาะสมจะอยู่ระหว่าง 6 – 7 แต่ก็มีข้อควรระวังคือถ้าเราปลูกในสภาพดินร่วนปนทราย ไม่ควรขุดลึกเกิน 30 เซนติเมตร เพื่อป้องกันการยุบตัวของดิน เพราะในเวลาที่เรารดน้ำจะทำให้น้ำขังในหลุมปลูกได้